@Puritan

posted on 01 Aug 2010 10:55 by pokblog

ในปัจจุบันมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย สิ่งคำคัญที่ทำให้คนแวะเวียนกันเข้ามาชิม ไม่ใช่เป็นเพียงความอร่อยหรือหน้าตาของอาหารเพียงอย่างเดียว การตกแต่งของร้านก็สำคัญเช่นกัน แต่ละร้านมีการตกแต่งร้านที่ต่างกันออกไป ทำให้เป้นจุดเด่น หรือเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยให้คนจำจดร้านร้านได้มากขึ้น ร้านที่จะแนะนำวันนี้เป็นร้านที่มีการตกแต่งไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน มี่ชื่อที่ว่า " Puritan" 

Puritan เป็นร้านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเค้กสไตล์ญี่ปุ่นที่เจ้าของมีความชอบทานขนมเค้ก จึงได้ไปเรียนการทำเค้กจากประเทศญี่ปุ่น  นอกจากมีเบเกอรี่ที่อร่อยแล้วทางร้านยังมีอาหารหลากหลายประเภทหลากหลายสไตล์ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย

Puritan เปิดให้บริการในวันอาิทิตย์ - พฤหัสบดีเวลาตั้งแต่ 12.00 - 23.00 น. และส่วนในวันศุกร์ - เสาร์เปิดให้บริการตั้งแต่ 12.00 - 24.00 น.  ที่ตั้งของร้า่น 46/1 ซอยอารีย์5 ถ.พหลโยธิน สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ   เบอร์โทรศัพท์ 0-2357-1099 (อาจจะต้องโทรจองโต๊ะกันบาง เพราะพื้นที่ทางร้านมีจำนวนจำกัด ไม่อยากพลาดโอกาสครับ),พิกัด GPS: 13° 46' 44.23" N 100° 32' 17.27" E 

ร้านเป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ด้านล่างเปิดเป็นร้านอาหาร การตกแต่งเป็นแบบแนว Antique ได้อารมณ์บรรยากาศแบบโมร็อคเคียน  ที่มีของสะสมเก่าๆมากมายทั่วทั้งร้าน ภายในร้านเปิดไฟสลัวๆครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

การตกแต่งจะมีสไตล์เดียวกัน แต่เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้จะแตกต่างตามบริเวณของร้าน

ในส่วนของเรื่องอาหารมีอาหารหลากหลาย แต่ละอย่างน่าทานทั้งนั้นเลยครับ มาดูน่าตาอาหารดีกว่าครับ

 

Seafoodfattucini

 

 

 

Carbonara spaghetti

 

 

 

Orange ckicken salad 

 

 

 Shrimp salad

 อาหารที่ลงมานี้  รับรองครับอร่อยทุกอย่างจริงๆ ไม่ผิดหวังแน่ๆ แต่ต้องเก็บท้องมาทานของหวานกันดีกว่า เพราะที่นี้เค้กขึ้นชื่อว่าอร่อยจริง การเลือกเค้กต้องคิดนานหน่อยนะครับ เพราะน่าทานไปหมด เลยไม่ถูก มาลองดูกันเลยดีกว่า

 

 

อันนี้ Strawberry New York Cheesecake อร่อยมาก ด้วยที่ว่าสตอเบอรี่ลูกโต ทานคู่กับชีสเค้ก รสชาติจะออกมีเปรี้ยวนิดๆ หนาวหน่อยๆ และเค็มอีกนิด ลงตัวครับ ถ้าได้ทานแล้วจะหลงรักเค้กชิ้นนี้ไปเลยครับ

 

 ส่วนชิ้นนี้ Caramel Chocolate Cake นี้ก็ต้องบอกครับว่าอร่อย รสชาติหวานๆขมๆของเนื้อเค้กช๊อกโกแลต ที่ราดด้วยคาราเมลเต็มหน้าเค้ก ลงตัวดีครับ 

 

 

ส่วนเครื่องดื่มทางร้านมีให้เลือกมากมาย ขอเลือกแก้วนี้ล่ะกันครับ

  

Brownie Chocolate Frappe รสชาติหวานและเข้มข้นเต็มรสช๊อกโกแลตดีครับ 

มาดูเค้กส่วนที่เหลือที่ไม่ได้ทานกันดีกว่าครับ ว่าจะน่ากินแค่ไหน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนออกจากร้าน ทางร้านยังมีของที่ระลึกของ Puritan ให้เลือกซื้ออกันด้วยครับ   เป็นร้านที่มีไอเดียดีเลยครับ

 

 

หวังว่าร้านนี้คงเป็นทางเลือกที่ดีอีกร้านหนึ่งที่อยู่ในดวงใจใครหลายๆคนเลยนะครับ 

@ Taketei

posted on 09 Jul 2010 20:40 by pokblog

เย็นวันศุกร์อย่างนี้หลายคนคงเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาทั้งอาทิตย์  อยากอยากพบเจอเพื่อนเพื่อพูดคุย สังสรรกัน  วันนี้เลยนมีร้านอาหารมาแนะนำ  เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในแบบบุฟเฟต์ บรรยากาศดีสามารถเป็นแหล่งนัดพบเพื่อนได้เป็นอย่างดีครับ แล้วเรื่องอาหารไม่ต้องห่วงครับ  เนื่องจากร้านนี้มีทัุ้งเป็นแบบบุฟเฟต์และมีแบบไม่ใช่แต่ใช้รายการอาหารเดียวกัน  ถูกใจทั้งคนกินน้อยและถูกปากคนชอบกินบุฟเฟต์อย่างแน่นอนเลย  ร้านนี้มีชื่อว่า ทาเคไต (Taketei) หลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้างแล้ว  เพราะร้านถือเป็นร้านดังตามหน้าเว็บเพจที่สังคมออนไลน์มีการพูดถึงร้านหนึ่ง  ร้าน Taketei อยู่ที่ 144/3-4  ถนนสีลม ซอย 10 แขวงสุรวงศ์  เขตบางรัก  กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวันเปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00-14.00 น. และเปิดให้บริการอีกช่วงในมื้อเย็นตั้งแต่เวลา 17.30-22.30 น. เบอร์โทรศัพท์ 02-234-2345 ที่ให้เบอร์ติดต่ิอเนื่องจากร้านนี้ส่วนมากคนเต็มทุกวัน  ใครอยากมากินต้องโทรจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนครับ  ไม่งั้นเดินผิดหวังออกจากร้านไปแน่ๆครับ เวลาในการกินทางร้านให้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มครัีบ  กินกันอิ่มเต็มท้องตามที่ต้องการเลยครับ  รายการอาหารทีมากว่า 100 รายการให้เลือก ให้สนุกกับการกินในแบบต่างๆ  กินไปคุยไปช่างมีความสุขจริงๆครับ ราคาบุฟเฟ่ต์ 399บาทต่อท่านครับ มีน้ำให้เลือกด้วยว่าจะรับเป็นน้ำเปล่า หรือชาจีนเย็น แต่ถ้าต้องการน้ำประเภทอื่นทางร้านก็มีบริการครับ แต่ต้องเสียเพิ่มไม่ได้รวมไว้ด้วยครับ

ลองมาดูหน้าตาและอาหารของร้านทาเคไตกันดีกว่า 

 

 บรรยากาศหน้าร้านทาเคไต และภายในร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น จะมีรายการอาหารให้เลือกอยู่หน้าร้าน หากต้องรอเวลาเข้าไป  สามารถดูรายการอาหารแล้วสั่งไว้ก่อนได้เลยครับ

 

 

มีรายละเอียดการทานอาหารทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นครับ 

อาหารเราสามารถจะเปิดรายการอาหารไปแล้วค่อยๆสั่งไปเป็นช่วง  หรือจะสั่งในครั้งเดียวหลายอย่างเลยก็ตามสะดวกครับ

 

 อันนี้เป็น Golden Mushroom มาเป็นอย่างแรกเลย

  

ika teriyaki เนื้อเหนียวนุ่ม คนชอบทานปลาหมึกจะต้องบอกว่า "อร่อยจังเลย" อย่างแน่นอนครับ

 

tempura roll ชิ้นโต เต็มปากเต็มคำ

 

beef steak ส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกล เนื้อนุ่มพอดีคำเลยครับ

 

หน่อไม้ฝรั่ง กรุบกรอบ

 

 

tempura กรอบอร่อย

 

spinash bacon 

 

sukiyaki เป็นสุกี้แบบญี่ปุ่น รสชาติหวานนิดๆ มีเส้นบุก เต้าหู้ไข่ และเนื้ออยู่ข้างในหม้อ

 

cheese katsu ว้าว ชีสไหลออกมาจากข้างในเลยครับ

 

karake กรอบนอก นุ่มใน

grilled saba หอม หวาน

 

chicken teriyaki ฉ่ำซอส พอดีคำ 

และแน่นอนคำพระเอกของเรา  มาร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งทีไม่กินไม่ได้ครับ

 

salmon sashimi ที่เนื้อสด นุ่ม มีรสหวาน เกินบรรยายจริงๆครับ

 

 

makuro sashimiที่มีความสด หวานเนื้อปลาไม่แพ้กันเลย

มาปิดท้ายที่

 

assorted sushi ชิ้นโต

ยังมีรายการอาหารอีกมากมายที่ให้ได้เลือกกินกัน แต่ไม่มีทางที่กินครบทั้งรายการภายในวันเดียวแน่เลยครับ  วันนี้ร้านนี้ทำให้อิ่มไปอีกหลายชั่วโมงเลย  ถ้าว่างๆลองแวะมากินกันดูครับ  อาจจะเป็นนัดพบเพื่อนที่ดีที่หนึ่งของกลุ่มคุณเลยก็ได้  วันนี้ต้องขอตัวแล้วล่ะครับ หนังท้องตึงหนังตาก้เริ่มหย่อนแล้ว 

 ขอให้มีความสุขกับการกินนะครับ 

Jajangmyeon@SV City

posted on 04 Jul 2010 16:29 by pokblog

안녕하세요 (อัน นยอง ฮา เซ โย) ก่อนอื่นของทักท้ายเป็นภาษาเกาหลีกันซะหน่อย  ก็ตอนนี้ต่างมองไปทางไหนก็ดูจะเกาหลีไปซะหมด  ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ย์เกาหลี  ดารา นักร้องชาวเกาหลี  ภาษาเกาหลี และอาหารก็ต้องเกาหลีต่างก็ทำให้คนไทยถูกใจไปหมด  จนกลายเป็น "Korea Fever"  กันทั่วประเทศไทยไปเลยในตอนนี้  วันนี้เลยไปบุกแหล่งเกาหลีในไทยกันดีกว่า  แหล่งที่ว่าต้องนี้เลย SV City แถวถนนพระราม3  แหล่งที่พักของชาวเกาหลี  ที่นี้มีทั้งทีี่พัก ซูเปอร์มาเก็ตที่มีของนำเขามาจากเกาหลีมากมาย และที่สำคัญยังมีร้านอาหารสายเลือดเกาหลีแท้อีกด้วย  มาถึงถิ่นเขาทั้้งทีไม่กินอาหารเขาไม่ได้แล้วล่ะ ต้องร้านนี้เลยครับ Seoul Ban-Jeon เป็นร้านอาหารที่มีบรรยายกาศเมื่อร้านที่ประเทศเกาหลีแท้เลย  เดป็นร้านธรรมดาๆที่ไม่มีการตกแต่งมากนัก ดูเป็นกันเองไม่วุ่นวายดีครับ

เมื่อดูซีรี่ย์เกาหลีหลายๆคนคงเห็นว่าทำไมในซีรี่ย์หลายเรื่องชอบสั่งหมี่ที่มีสีดำ หรือที่เขาเรียกว่า "จาจังเมี่ยน" (Jajangmyeon) มันอร่อยหรือเปล่า พอเห้นแล้วก็ดูน่ากิน  ว่าแล้วเดี๋ยวสั่งตามเลยดีกว่า เมนูนี้ที่นี้จะเป็นเหมือนหนังสือทำอาหาร มีบอกสัดส่วนน้ำหนัก และส่วนผสมไว้เลยครับ  ชอบอันไหน พูดไม่เป็นก็คงต้องชี้บอกเขาไปครับ

สั่งเลยกันดีกว่า   ตอนนี้ก็เหลือแค่รอดูว่าหน้าตาอาหารที่สั่งจะเป้นอย่างไรครับ

มาแล้ว เป็นเครื่องเคียงของคนเกาหลีครับ



รูปทางซ้ายน่าจะรู้จักกันดีครับ เป็นกิมจิ(เป็นพวกผักดองต่างๆ)แน่นอนจะต้องมีทุกมื้อของคนเกาหลี  รูปกลางเป็นไชเท้าดอง สีสันสดใสดูน่ากินดีครับ ส่วนขวาสุดก็หอมหัวใหญ่ครับ

สังเกตเห็นได้ชัดเลยครับว่าเป็นร้านอาหารชาวเกาหลี โดนดูจากช้อนที่มีด้านจับยาวกว่าช้อนปกติในที่ประเทศต่างๆครับ

สำหรับเหยือกน้ำ และแก้วจะเป็นในลักษณ์ทรงแบบนี้เท่านั้น ชั่งดูมีเอกลักษณ์จริงๆครับ

มาถึงถิ่นทั้งทีจะกินน้ำเปล่าธรรมดาก็จะดุไม่เกาหลีเท่าไร  ตามแบบซีรี่ย์แล้วกันครับ ที่ชอบสั่งกันก็เหล้า "โซจู" อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร  

มาแล้ว โซจูมาแล้ว

 

 แล้วก็ได้พบคำตอบของรสชาติ แน่นอนคงถูกใจหลายๆคนที่ชอบ แต่สำหรับคนไม่เคยกิน รสชาติประมาณน้ำยาเป่าลูกโป่งวิทยาศาสตร์ครับ พูดแบบนี้คงนึกรสชาติกันออกดีเลยใช่ไหมครับ

อาหารที่สั่งมาแล้ว

 

 

 จาจังเมี่ยนครับ หน้าตาเป็นแบบนี้

 

จากที่หาข้อมูลครับ จาจังเมี่ยนเป้นหมี่ที่มาจากประเทศจีน ส่วนน้ำนั้นก็ทำจากเต้าเจียวที่ทำจากถั่วดำผัดกับผัก และเนื้อ ลักษณะจะเป็นน้ำข้นๆสีดำๆ ทำง่ายและขายง่ายในประเทศเกาหลีครับ  รสชาติของจาจังเมี่ยน น้ำที่ราดจะมีรสหวานๆเค็มๆ เมื่อพอมากินคู่กับเส้นหมี่ที่เหนียว นุ่ม ก็ทำให้รสชาติลงตัวเข้ากันพอดีครับ

ต่อมาต้องนี้เลยครับ  ไก่ผัดเปรี้ยวหวาน

 

 จานใหญ่มากครับ  รสชาิติดีครับ ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไรครับ กินจานหมดนี้ก็คงอิ่มไปหลายชั่วโมง เลยครับ

 

ลองแวะมาชิมกันได้ครับ อยู่ไม่ไกลครับ  มาชิมอาหาร ดูบรรยายกาศของคนเกาหลี  ก็ถือเป็นการได้ศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมให้เราได้รู้จักคนเกาหลีมากยิ่งขึ้นครับ ดูซีรี่ย์เรื่องตอนไปก็จะได้อัฐรสในการดูมากขึ้นครับ  

คงต้องขอจบคำว่าลาก่อนเป็นภาษาเกาหลีนะครับ คำว่า 계 세 요 안 녕 히  ครับ